หายใจถูกวิธี สิ่งดีๆที่ไม่ควรมองข้าม

>>>  หายใจ  ..........  ทำไมต้องถูกวิธี????

          หากพูดถึงการหายใจอย่างถูกวิธี  ข้าพเจ้าเชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามคล้ายๆกันว่า ก็อีแค่ "หายใจ" ทำไมถึงต้องมีวิธีด้วยเหรอ  การหายใจเป็นสิ่งที่เราทำกันอย่างขาดเสียไม่ได้ในชีวิตประจำวัน (ใครไม่หายใจ ก็ตายแล้วสิ จริงไหม) แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่เราทำกันอยู่เป็นประจำ และทำจนเป็นกิจวัตรนั้นทำให้เรามองข้ามและลืมนึกถึงไปว่า ขณะนี้เรากำลังหายใจอยู่ และบางครั้งเราก็ลืมนึกไปว่าการหายใจนั้นสำคัญกับเราอย่างไรได้บ้างนอกเหนือ ทำไปแค่เพื่อการดำรงชีวิตอยู่เท่านั้น

         จริงๆแล้ว "ก็อีแค่การหายใจ" นี่แหละ  รู้ไหมว่าจะต้องทำอย่างถูกวิธีด้วยนะ

>>>  แล้วทำไมต้องหายใจอย่างถูกวิธี ด้วยหล่ะ ??

         การหายใจถูกวิธีนั้นส่งผลดีหลายอย่างต่อร่างกายของเรามาก  ..........  ดีอย่างไรไปดูกันเลย

  • การหายใจเข้าเต็มปอด(อย่างถูกวิธี) นั้น ช่วยเพิ่มพลังให้สมอง เค้าว่ากันว่า "ทุกครั้งที่เราสูดลมหายใจเข้าไปใน 1 เฮือก สมองของเราจะดึงเอาพลังงานออกซิเจนไปใช้ถึง 1 ใน 5 " (ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ จากหนูดี วนิษา เรช)
  • การหายใจอย่างถูกวิธี ช่วยทำให้ขับเอาอากาศเสียของร่างกายออกมาได้มากขึ้น อกากาศเสียจะไม่ไปค้างอยู่ที่ช่องท้อง ดังนั้นส่งผลทำให้ ท้องไม่อืดและระบบย่อยอาหารก็จะดีขึ้นด้วย (ข้อมูลจากครูมด)
  • หายใจเข้าเต็มปอดทำให้สมองและร่างกายสดชื่น อวัยวะต่างๆทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเผาพลาญในร่างกายก็ทำงานดีขึ้นด้วย  เรียกได้ว่าสดชื่นแจ่มใสจริงๆ   (ข้อมูลจากครูมด)
  • การหายใจเข้าลึกๆ  ช่วยให้คลายเครียดได้
  • การหายใจเข้าลึกๆ และกำหนดลมหายใจ ช่วยให้ใจเย็นขึ้น มีสติมากขึ้น (โดยเฉพาะเวลาโกรธ หรืออยู่ในสภาวะขับขัน)
  • การหายใจอย่างถูกวิธีไปพร้อมๆกับการฝึกสมาธิฝึกจิต จะช่วยให้จิตใจสงบนิ่ง  และเมื่อจิตใจสงบนิ่งร่างกายก็จะหลั่งสารแห่งความสุข (เอ็นโดรฟิน) ออกมา และที่สำคัญสารนี้จะช่วยให้อ่อนเยาว์ลงได้ (ชอบมากที่สุด)
  • การฝึกการหายใจควบคู่กับการเคลื่อนไหวและการฝึกสมาธิ (การทำโยคะ Yoga) ส่งผลทำให้ร่างกายแข็งแรง และเกิดความสดุลมากขึ้นในชีวิต .......(เรื่องโยคะ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังใหม่วันหลังละกันนะ)

>>>  หายใจอย่าถูกวิธี ทำอย่างไรหล่ะ?????

          การหายใจอย่างถูกวิธีจริงๆแล้วไม่ได้เป็นเรื่องยาก ใครๆก็ทำได้  (จากหลายๆตำรา จะสรุปให้ละกันนะจ๊ะ)

  • ง่ายๆด้วย หายใจเข้าท้องป่อง(สูดลมหายใจให้เต็มปอด ลึกๆ ช้าๆ) หายใจออกท้องแฟบ(ไล่อากาศออกให้หมด)  โดยเริ่มแรกนั้นอาจจะทำโดยการนอนหงาย เอามือวางไว้ที่ท้องและลองทำดู (ทำแล้วจะรู้สึกโล่ง สดชื่น จริงๆนะ) 
  • ในการบริหารปอด ในขณะที่หายใจยาวและลึกของเรานั้น ควรทำไปพร้อมกับสลับการกลั้นหายใจ โดยหายใจเข้าลึกเต็มปอด จากนั้นกลั้ลลมหายใจ 4 วินาที หรือกลั้นได้นานเท่าที่เราทำได้ จากนั้นหายใจออกจนหมดและจากนั้นกลั้ลลมหายใจ 4 วินาที หรือกลั้นได้นานเท่าที่เราทำได้  ทำสลับเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบริการปอด และฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดี

>>>  หายใจอย่าถูกวิธี ทำตอนไหนดี?????

          จริงๆแล้ว การหายใจอย่างถูกวิธีมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่หากจะให้มัวมานึกถึงการหายใจอยู่ตลอดก็คงจะไม่ต้องเอาเวลาไปคิดเรื่องอื่นกันพอดี  การหายใจอย่างถูกวิธีให้ทำได้ตลอดเวลาเมื่อเรานึกถึงมัน ฝึกฝนให้เป็นนิสัย เพราะสิ่งดีๆทำได้ด้วยตัวคุณเอง ^^ V

 

 ............................................................................................................................................................

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

ข้อมูลจากหนังสือ จากหนูดี วนิษา เรช

ข้อมูลจากหนังสือของครูมด  

               การออกกำลังกาย.......... จริงๆแล้วไม่ได้จำกัดอยู่ที่ เราจะต้องใส่ชุดออกกำลังกายที่กระชับ ซับเหงื่อ  หรือว่าต้องไปออกกำลังกายตามโรงยิม ฟิตเน็ต สวนสาธารณะ เท่านั้น..............หากแต่ว่าการออกกำลังกาย เราสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา (เชิ่อไหม ) จริงๆแล้วการที่เราขยับ ทำโน่นทำนี่ด้วยตัวเอง เดินขึ้นบันได 2 - 3 ชั้น  ทำความสะอาดบ้าน ทำงานบ้านต่างๆ เดินไปทำงาน (ถ้าที่ทำงานไม่ไกลมากอ่ะนะ) นอนเอกเนกบนเตียงก็ยกแข้งยกขาไปด้วย  ก็ถือว่าได้ออกกำลังกายแล้ว (อาจจะนิดนึง) แต่ว่าถ้าเราไม่เริ่มเอาซะเลย ขี้เกียจเดิน หรือไม่เริ่มที่จะทำและไม่เชื่อว่ามันส่งผลต่อสุขภาพเราได้ มันก็คงไม่มีความหมายอะไร จริงปะหล่ะ แต่จริงๆแล้วการดูแลสุขภาพตัวเองเป็นสิ่งที่เราพึงจะทำ เป็นหน้าที่ของเรา สุขภาพเราถ้าเราไม่เป็นคนดูแล......แล้วจะรอให้ใครมาดูแล  ว่าไหม 

         จงค้นหาแรงบัลดาลใจ เริ่มต้นซะ และรักตัวเอง ...... fighting fight เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ  ^ ^ V 

edit @ 20 Jun 2009 19:22:09 by Be health

edit @ 21 Jun 2009 21:04:05 by Be health

edit @ 21 Jun 2009 21:05:55 by Be health

           จากประสบการณ์ตรงของเจ้าของบ้านเอง...... พูดตรงๆเลยว่าการออกกำลังกายและการใส่ใจกับสุขภาพเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก หรือจะพูดได้ว่าถ้ามาชวนไปออกกำลังกายแล้วละก็ จะต้อง Say No ตัวใหญ่ๆไว้ก่อนเลย อย่าชวน  เพราะจะมีเหตุผลต่างๆนานา โดยชอบอ้างบ่อยๆว่า........ฉันไม่ชอบวิ่งมันเหนื่อย  ......ไม่เอาหรอกแอโรบิค ฉันเต้นไม่เป็น .....โยคะเหรอ อะไรเนี๊ยช้าก็ช้าท่าก็พิสดาร  ฟิตเน็ตเหรอ คงจะไม่ได้ตังค์ฉันแน่ อะไรกันจะออกกำลังกายจะต้องเสียเงินอีกเหรอเนี๊ย (หลายๆคน ยอมรับเถอะ .....ก็คิดแบบข้าพเจ้านี่แหละ)

           แต่ท้ายที่สุด หลังจากออกกำลังกาย เรียกได้ว่าจริงๆจังๆ .....จากการบังคับของคุณพ่อข้าพเจ้า ที่ยอมลงทุน ควักกะเป๋าสมัครสมาชิกฟิตเน็ต (แห่งหนึ่ง) ให้เป็นของขวัญ แม้ไม่ได้เสียตังค์เองก็เหอะ (!!! ก็เสียตังค์แล้ว......ต้องเอาให้คุ้ม) เลยต้องไปมาหาสู่กะฟิตเน็ตเค้า บ่อยหน่อย (แอบ งก)........แทบไม่น่าเชื่อ แต่ก็เป็นเรื่องจริง ข้าพเจ้ากลายเป็นคนให้ความสำคัญกับสุขภาพ และสนใจเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับการดูแลตัวเองเล็กๆน้อย และก็มีข้อมูลอยู่บ้าง  และข้าพเจ้าเองคิดว่าหากมีอะไรที่จะพอแบ่งปันให้เพื่อนๆหรือผู้ที่สนใจได้ ข้าพเจ้าก็อยากจะทำ เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าหากเราสุขภาพกายดี  สุขภาพจิตแจ่มใส และแบ่งปันความสุขซึ่งกันและกัน โลกเราคงจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยแหละ...... ว่าไหมหล่ะจ๊ะ